เคยอ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ชื่อเรื่องว่า "อย่ารีบกินมาแชลโล่" มาแชลโลก็เป็นขนมชนิดหนึ่งที่เด็กๆในอเมริกาชอบกินกัน ในประเทศไทยเองก็นำเข้ามาขายหลายปีละ เนื้อเรื่องจะกล่าวถึงการทดลองทางจิตวิทยาอันหนึ่ง ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยการให้พี่เลี้ยงพาเด็กเข้ามาในห้อง ที่มีขนมมาแชลโล วางอยู่ แล้วพี่เลี้ยงจะบอกกับเด็กว่าจะออกไปข้างนอก และให้เด็กนั่งรออยู่ในห้อง และถ้าตอนที่พี่เลี้ยงกลับมาเด็กยังไม่ได้กินมาแชลโล่ พี่เลี้ยงจะให้มาแชลโล่อีก 1 ชิ้น การทดลองนี้เป็นทำการทดลองกับเด็กหลายร้อยคน และมีการติดตามผลในอีก 10 ปีและ 20 ปีต่อมา ซึ่งสามารถสรุปออกมาได้ว่า เด็กที่ไม่ได้กินมาแชลโล่ ประสบความสำเร็จมากกว่าเด็กที่กินมาแชลโล่ จากจำนวนเด็กที่อยู่ในการทดลองจำนวนหลายร้อยคน สามารถบอกได้ว่า ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับความฉลาด หรือสภาพแวดล้อมอื่นเลย แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถควบคุมจิตใจของเราได้แค่ไหน เราสามารถยืดระยะความพอใจออกไปได้แค่ไหน คนบางคนรีบคว้าเอาโอกาสเล็กที่เข้ามาก่อน แต่ทำให้เค้าเสียโอกาสที่ใหญ่กว่าไป ถ้าเปรียบเป็นสำนวนไทยก็จะประมาณ "อดเปรี้ยวไว้กินหวาน" ถ้าให้ผมนึกตอนนี้ก็คงจะเป็นมะม่วง ที่ถ้าเรามีความอดทนไม่พอเราจะกินมันตั้งแต่มันยังอ่อนอยู่ เราจึงได้แต่รสชาติเปรี้ยว แต่ถ้าเราอดทนต่ออีกสักพักเราจะได้ความหอมหวานของมะม่วงสุก
เล่ารื่องนี้ เพราะผมก็เป็นเด็กที่รีบกินมาแชลโล่นั้นแหละ ตอนนี้มาแชลโล่ชิ้นใหญ่กำลังเข้ามาในชีวิต และผมต้องเลือกแล้วละ ว่าจะกินหรือจะรอ ปัญหานี้ไม่ยาก เพราะผมเลือกที่จะรอ ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือ ทำอย่างไรจึงจะรอได้ ตอนนี้ก็เลยได้แต่จินตนาการถึง "มาแชลโล่สองชิ้น"
2 ความคิดเห็น:
มาแชลโลนี่ ใช้ ไข่(ดอ) ป่าวว่ะ มีสองชิ้นอ่า เอิ้กๆ
มาแชลโล่ นี่เท่ากับ มาร์ชเมลโล่ ใช่ป่าว
ไมล์ดี้อ่ะ อร๊อยอร่อย ถ้าเค้าเป็นเด็กร้อยคนนั่น
ก็คงกินหมดมันทุกชิ้นแล้วหละ อาหร่อย
อิๆ
แสดงความคิดเห็น